เที่ยวไทย
0
ความคิดเห็น0
อ่าน137

พาเที่ยว “จ.น่าน…” #ในฤดูฝน จังหวัดเล็กๆ ที่แสนจะเงียบสงบ เรียบง่าย และ Slow Life ไปเถอะแล้วจะหลงรัก ♥

พาเที่ยว จ. น่าน

พาเที่ยว “จ.น่าน…” #ในฤดูฝน จังหวัดเล็กๆ ที่แสนจะเงียบสงบ เรียบง่ายและ Slow Life ไปเถอะแล้วจะหลงรัก ♥

วันนี้ ข่าวเด็ด จะพาทุกท่านไปเที่ยวกับคุณ ม่อนจุก จขกท. จากเว็บไซต์ thetrippacker.com ผู้เขียนเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวในจังหวัด “น่าน” เล็กๆที่แสนจะเงียบสงบ เรียบง่ายและ Slow Life และ ถ่ายทอดออกมารูปภาพที่สวยงาม พร้อมบทความที่ทำได้ดี จึงนำมาฝากเพื่อน ๆ ได้ชมกันครับ..

น่าน … ฤดูฝน ไปเถอะแล้วจะหลงรัก ♥

” น่าน ”
.
.

จังหวัดเล็กๆที่แสนจะเงียบสงบ เรียบง่ายและ Slow Life ถ้าพูดถึงเมืองน่าน หลายๆคนคงจะติดภาพอากาศเย็นๆและสายหมอกในฤดูหนาว แต่จริงๆแล้ว น่านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายและสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนต้นปี ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวน่านมาครั้งนึงแล้วและประทับใจจังหวัดนี้มากๆ

[bg_collapse_level2 view=”button-green” color=”#ffffff” icon=”arrow” expand_text=” อ่านเนื้อหาทั้งหมด” onclick=”กำลังโหลดข้อมูล…”]

แต่ทริปครั้งนี้ผมไปน่านเมื่อกลางเดือน มิ.ย. 60 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนเต็มตัว ถามว่าทำไมถึงมาฤดูฝน? ง่ายๆเลย พอดีจองตั๋วโปรของหาแดงได้ ไป-กลับ 600 บาท ฮ่าๆๆๆ  แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากไปเที่ยวแล้วได้เห็นวิวที่มันเขียวๆ เห็นแล้วสดชื่น ซึ่งแน่นอนฤดูฝนเป็นช่วงคุณจะเห็นต้นไม้และพืชต่างๆ แบบเขียวขจีแน่นอน

และในช่วงฤดูฝนยังเป็นฤดูที่ชาวนาจะเริ่มทำนากันแล้วด้วย

แต่ในช่วงที่ผมไปเพิ่งจะเริ่มทำกันบางพื้นที่เท่านั้น

โดยครั้งนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวกันแบบ 3 วัน 2 คืน

 

ปัว – โรงเรียนชาวนา – กาแฟบ้านไทลื้อ –

วังศิลาแลง – ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ – วัดภูเก็ต –

น้ำตกสะปัน – อุ่นไอมาง – บ่อเกลือ – ถนนลอยฟ้า

 

ที่พักคืนแรก – โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร

ที่พักคืนที่สอง – อุ่นไอมาง (Oun I Mang)

 เอาล่ะเกริ่นมาพอสมควร ตามไปเที่ยว “น่าน” กันดีกว่าาาาาาาา

เราออกเดินทางจาก กทม. โดย AirAsia ไปลงยังสนามบินน่าน
เราถึงน่านกันแต่เช้า ซึ่งวันที่ไปฝนตกต้อนรับพวกเราตั้งแต่เริ่มเลยทีเดียว
ฮ่าๆๆ สมกับที่เป็นฤดูฝนจริงๆ

ทริปนี้เราเดินทางกัน 3 คน ผม แฟน และเพื่อนแฟน
ผมเช่ารถ Vios ขับจากสนามบิน ค่าเช่าวันละ 800 บาท (เป็นของ Local)
โดยที่แรกที่เราไปแวะเมื่อได้รับรถก็คือ …
.

.
Hug Her Him นั่นเอง …

เมื่อตอนต้นปีเรามาพักที่นี่แล้วได้รู้จักกับพี่บอม เจ้าของ Homestay นี้

เลยซื้อของมาฝากและเยี่ยมเยียน แล้วก็ไปกันต่อยังเป้าหมายต่อไป

ใครไปน่านแล้วอยากพักในเมืองแนะนำที่ Hug Her Him เลยครับ

ที่พักห่างวัดภูมินทร์มากๆ เดินเที่ยวเล่นในเมืองได้สบายๆ

https://www.facebook.com/hugherhimnan

 

ขับรถตาม google map มาจากเมืองน่านประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ

เนื่องจากมีฝนตกปรอยๆตลอดทางเลยใช้ความเร็วมากๆไม่ได้

อีกอย่างวิวข้างทางมันจะเขียวๆหน่อยทำให้เพลิดเพลินมากๆ

แต่ไม่นานเราก็ถึงจุดแวะแรกตามแพลนของเราก็คือ

” ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ”

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ต.ศิลาแลง อ.ปัว เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอชื่อดังแห่งปัว

นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอปัว และผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน

กาแฟร้านนี้รสชาติดีมากๆ เข้มข้น หวานมันและราคาเพียงแก้วละ 30-40 บาทเท่านั้น

และที่นี่ทำให้เราเพลิดเพลินกับบรรยากาศแบบสุดๆ เพราะด้านหลังร้านจะมีศาลาและทางเดิน

ที่วิวด้านหลังจะเป็นทุ่งนาและภูเขา เรียกได้ว่านั่งกิน นอนเล่นกันจนเพลินเลยล่ะ

อิ่มหนำกับการถ่ายควายเอ้ยยย การดื่มแฟกันพอสมควร
เราออกเดินทางต่อไปยังบ้านพักในคืนแรกของเราวันนี้ที่

” โรงเรียนชาวนา ต. ศิลาเพชร อ.ปัว ”

โรงเรียนชาวนา อยู่ห่างจากกาแฟบ้านไทลื้อไม่ไกล ขับรถประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

การเดินทางไปยังโรงเรียนชาวนานั้น เราปักหมุด Google Map ไป

แต่ก็ต้องระวังนิดนึงเพราะมันจะพาเราหลงไปกลางทุ่งนา

ถ้าตาม Map มามันจะพาเราไปเลี้ยวขวาที่ซอย 2 เราไม่ต้องเลี้ยว ให้ขับเลยมาอีกนิดจะเจอป้ายในรูปนี้

ขับตามป้ายไปอีกนิดก็ถึงทางเข้าด้านหน้า ขับตามป้ายไปไม่หลงแน่นอน

( ตอนแรกเราไปเลี้ยวซอย 2 ขับไปเรื่อยๆ ไปโผล่กลางทุ่งนากันเลย 5555 )

ใครอยากไปพักที่นี่ลองติดต่อ โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร

แต่อาจจะต้องจองล่วงหน้านานๆหน่อยนะครับ เพราะที่พักมีแค่ 4 หลัง

อย่างที่บอกว่าโรงเรียนชาวนา นอกจากจะเปิดให้บริการที่พักแล้ว

ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำในช่วงที่เริ่มทำนา ให้ได้เรียนรู้กันอีกด้วย

เช่น สอนการทำนาตั้งแต่ ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว ฟาดข้าว เป็นต้น

เเต่ช่วงที่เราไปยังไม่เริ่มทำนา ก็เลยได้แค่นอนพัก ถ่ายรูปเล่น ฮ่าๆ

 

ซึ่งบ้านหลังที่เรามาพักนั้นชื่อ ” เรือนรจนา ”

แต่ที่ฟิน ที่สุดก็คงเป็นห้องน้ำของที่นี่เนี่ยแหละ เปิดหน้าต่างออกไปวิวแบบว่า อาบไปฟินไปแน่ๆ

นอกจากนี้ผมยังไปเดินเล่นถ่ายรูปบ้านหลังอื่นด้วย เนื่องจากว่างมากๆ และไม่มีคนเข้าพัก

หลังจากเช็คอินและพักผ่อนนอนเล่นกันสักพัก ก็เริ่มหิว
มื้อบ่ายนี้เราฝากไปฝากท้องกันที่ร้าน

” ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ”
ซึ่งที่นี่จะเป็นทั้ง Home stay และ ร้านอาหารอีกด้วย (ครัวปิด 18.30 นะจ้ะ)

 

ถามว่าทำไมต้องมากินที่นี่ เพราะที่นี่จะมีทางเดินไปยังสถานที่ที่ผมอยากมาที่สุดในทริปนี้

” วังศิลาแลง ”

แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะช่วงนี้ฝนตกพอดีและน้ำค่อนข้างเยอะ

ทำให้ได้ภาพมาแบบที่เห็นนี่แหละครับ T______T

เราผิดหวังจากวังศิลาแลง ก็เลยกลับกันและท้องฟ้าก็ดูขมุกขมัวในวันนั้น

ทำให้แพลนอีกที่นึงที่เราจะไปก็คือ

” วัดภูเก็ต”

เกือบจะยกเลิกไปเพราะท้องฟ้าไม่เป็นใจ แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจขับรถไปลุ้นเอาดาบหน้า

 

จากวังศิลาแลงขับรถประมาณ 15 นาทีก็มาถึงวัดภูเก็ต ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่วิวหลังวัด

ซึ่งที่นี่ในช่วงที่ทำนาเต็มพื้นที่จะสวยมากๆ เขียวไปทั้งหมดนี่แหละ

หลังจากถ่ายรูปกันพอสมควร ก็เดินทางกลับไปยังที่พักโรงเรียนชาวนา

 

เช้าวันที่ 2

เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับอากาศที่สดชื่นเย็นสบาย
เพราะรอบๆบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยทุ่งนาและทุ่งดอกปอเทือง
เป็นอะไรที่หลายๆคนคงแสวงหาที่พักแบบนี้ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเราก็ออกไปทานอาหารเช้าที่ทางพี่นา เจ้าของจัดเตรียมให้เรา

ฝีมือการทำอาหารของพี่นา ไม่ธรรมดาจริงๆ อร่อยจนอยากกลับไปกินอีกเลยล่ะ

หลังจากอิ่มท้องแล้วเราเตรียมเก็บข้าวของเพื่อเช็คเอ้าท์ แต่ก่อนจะไปขอพาสาวๆไปถ่ายรูปเล่นหน่อยน๊

ลาแล้ว โรงเรียนชาวนาไว้จะกลับมาเที่ยวใหม่นะ

 

ออกจากโรงเรียนชาวนา ในวันนี้เราจะไปต่อกันที่ อ.บ่อเกลือ

แต่ก่อนจะไปเราจะแวะไปทำภารกิจอย่างนึงที่

“อุทยานแห่งชาติดอยภูคา”

จากโรงเรียนชาวนาขับรถไปประมาณ 15-20 นาทีก็ถึงยังอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

ซึ่งภารกิจของเราในวันนี้ก็คือ … ประทับตราสะสมของอุทยานนั่นเอง ฮาาาา

ประทับตราอุทยานเสร็จก็ไปแวะถ่ายรูปกันที่จุด ชมวิว 1715 ซึ่งดูภาพสิ…ขาวโพลนนนนนน

จริงๆที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคานี้มีที่พักเยอะมากและน่ามานอนพักด้วย

แต่คงไว้โอกาสหน้าแล้วกันเพราะเราจะต้องไปต่อกันที่ อ.บ่อเกลือ และ น้ำตกสะปัน

 

ซึ่งจากดอยภูคาไปยังบ้านสะปันนั้นระยะทางประมาณ 70 ก.ม.ใช้เวลาประมาณ 1.30 ช.ม.

เพราะเป็นทางที่ขับขึ้นลงเขา อาจจะต้องใช้ความระมัดระวัง และใช้ความเร็วได้ไม่มากนัก

และเเล้วเราก็มาถึงทางเข้า

“น้ำตกสะปัน”

ซึ่งเราจะต้องจอดรถไว้ที่นี่และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 700-800 เมตรก็จะถึงน้ำตกชั้น 3

นั่นไงไกลๆ นั่นแหละ เหมือนเข้ามาอยู่ในป่าพิศวงจริงๆ เขียวไปหมดดดดด

เดินขึ้นไปอีกหน่อย ก็มาอยู่ตรงหน้าน้ำตกแล้ว

เดินเล่น ถ่ายรูปที่น้ำตกสะปันกันพอสมควร เราก็เข้าที่พักในวันที่สองของเรา

” อุ่นไอมาง ”

อุ่นไอมาง เป็น Home Stay เล็กๆที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกสะปัน

ตกแต่งแบบกลิ่นไอ สไตล์ญี่ปุ่น ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ด้านหลังยังมีแม่น้ำมางไหลผ่านที่พักอีกด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วที่พักที่นี่จะมีแบบกระโจมด้วย

และจะมีสะพานไม้พาดผ่านแม่น้ำข้ามไปยังอีกฝั่งเพื่อไปยังกระโจม

แต่โชคไม่ดีก่อนวันที่เราไปพัก มีฝนตกลงมาเยอะทำให้น้ำพัดสะพานและกระโจมจนพังไป

อุ่นไอมาง ณ สะปัน

เจ้าตัวนี้เป็นเจ้าถิ่นมาต้อนรับเราตั้งแต่มาถึงเลยล่ะ

บริเวณห้องพักที่เราพักกัน

 

จัดแจงเก็บของ เดินถ่ายรูป นอนเล่นจนหายเหนื่อย เราก็ไปขับรถเล่นรอบๆที่พักกัน

ซึ่งเราแอบถามคุณป้าคนดูแลมาว่า ช่วงนี้ชาวบ้านสะปันเริ่มทำนากันเเล้ว เลยขับรถไปดูกัน

จากอุ่นไอมางต้องขับรถขึ้นเนินมาหน่อย ประมาณ 1 กิโลเมตรจะมีจุดที่สามารถมองเห็นวิวทุ่งนาที่สวยมากๆ

จากจุดนี้เราใช้เวลาหยุดถ่ายรูปกันพอสมควรเพราะของจริงมันสวยมากๆๆๆๆๆๆๆ

เป็นนาของบ้านสะปัน ที่ยังทำได้ไม่เต็มพื้นที่นักเนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นฤดูทำนา

แค่นี้ยังสวยสุดๆ ถ้ามาช่วง ก.ค. – ส.ค. น่าจะเขียวสุดๆไปเลยล่ะครับ

ชาวนากำลังเดินกลับกันแล้ว

มองจากด้านบน เราลองขับรถลงไปชมวิวนาด้านล่างกันบ้าง

 

คุณป้าท่านนี้กำลังดำนาแบบแข็งขันมากๆ

เราเดินเล่นชมวิถีชีวิตของชาวนาบ้านสะปันกันจนเต็มอิ่มและเหงื่อไหล

พวกสาวๆเริ่มหิวแล้วกลับไปอาบน้ำอาบท่า ทานอาหารเย็นและนอนพักผ่อนกัน

 

เช้าวันที่สาม

วันสุดท้ายของทริป วันนี้เรามีเวลาไม่มากนัก
เพราะไฟลท์กลับของเราจะต้องบินตอน 4 โมงเย็นเป๊ะๆ

พวกเราเลยตื่นเเต่เช้า ไปทานอาหารเช้ากัน

 

กินอิ่มก็กลับมาเตรียมตัวเช็คเอ้าท์ ระหว่างรอสาวๆแต่งหน้าก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย

 

บอกลา “อุ่นไอมาง” ไปด้วยภาพวิวหลังที่พักยามเช้า ไว้จะกลับมาเที่ยวใหม่นะ

 

ออกจากอุ่นไอมางประมาณ 9 โมงเช้าเราไปแวะกันที่ หมู่บ้านบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขาแห่งเดียวในโลก

ซึ่งขับจากอุ่นไอมางมาประมาณ 15 นาที ก็ถึงยังหมู่บ้านและใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมง

เพราะจะต้องรีบขับรถกลับไปให้ทันเที่ยวบิน ซึ่งเสียดายมากๆ ที่นี่เป็นแหล่งถ่ายรูปชั้นดีเลยแหละ ฮ่าๆๆ

ไว้ต้องหาโอกาสมาซ้ำแน่ๆ

ออกจากหมู่บ้านบ่อเกลือมา เราขับมาทางเส้นถนนลอยฟ้า 1081 อ.สันติสุข – อ. บ่อเกลือ

ซึ่งเวลามาเที่ยวช่วงหน้าฝนนี่คนน้อยมากๆ เรียกว่านับรถคันที่สวนมาได้เลยล่ะ

เราขับรถเข้าตัวเมืองน่านมาเรื่อยๆ แวะถ่ายรูปบ่อยมาก
จนมาถึงตัวเมืองน่านใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ

แต่ทริปของเรายังไม่จบ เพราะเราจะแวะไปไหว้พระกันที่

“วัดภูมินทร์”

 

เสร็จแล้วก็ข้ามถนนมายัง ซุ้มลีลาวดี ซึ่งตอนต้นปีมีแต่กิ่งก้าน ไม่มีใบสักต้น

แต่ถ้ามาฤดูฝน ก็จะได้เห็นแบบนี้อ่ะนะ

อีกฝั่งก็คือ ข่วงเมืองน่าน นั่นเอง

 

ไหว้พระเสร็จก็ได้เวลากลับกันแล้ว แต่ขอแวะไปหาของกินร้านเด็ดของจังหวัดน่านก่อนนะ

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไร้เทียมทานกับเล้งชิ้นโต อร่อยเเซ่บ จริงๆ

แล้วไปต่อกันด้วยไฮไลต์ปิดท้ายทริป

“ร้านของหวานป้านิ่ม”

ร้านนี้อยู่ตรงข้ามวัดศรีพันต้น เป็นร้านของหวานที่โด่งดังมากๆของน่าน

ราคาอาจจะแพงไปหน่อย แต่ก็อร่อยและรับได้กับรสชาติ อีกอย่างเมนูแปลกไม่เหมือนใครดี

 

ไอติมบัวลอย / ไอติมข้าวเหนียวมะม่วง / ลอดช่องสิงคโปร์ทับทิมกรอบ

 

กินเสร็จ อิ่มอร่อยกันไปก็รีบบึ่งไปสนามบินจนเกือบไม่ทัน ฮ่าๆ

ปิดทริป

“น่าน..ฤดูฝน”

ไปแบบประทับใจสุดๆ กับการมาเที่ยวฤดูฝน

ซึ่งได้ความรู้สึกแปลกใหม่ สดชื่น เย็นสบายและ เขียวขจีสบายตามากๆ เหมาะแก่การมาพักผ่อนสมองสุด ๆ

น่านยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย ที่ผมยังอยากไปอีกหลายที่ คงต้องหาโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียน

จังหวัดที่แสนสงบแห่งนี้อีกครั้ง

 

บ๊าย บาย

” น่านนคร ”

จบแล้วครับ.. ต้องขอขอบคุณคุณ ม่อนแจ่ม สำหรับเรื่องราวที่นำมาแบ่งปันกัน..

ที่มา : thetrippacker.com

เป็นอย่างไรกันบ้างครับดูกันเพลินเลยทีเดียว การท่องเที่ยว “จ.น่าน” ในฤดูฝน.. ผมอยากจะบอกว่าประเทศไทยก็มีธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามไม่แพ้ต่างประเทศเลย..

โอกาศหน้า ข่าวเด็ด จะนำอะไรมาฝากเพื่อน ๆ อีกรอติดตามกันได้เลยนะครับ..

[/bg_collapse_level2]

เเท็กที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม ข่าวเด็ด

อย่าลืม!! กดปุ่ม "ถูกใจ" ข่าวเด็ด เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ ที่พร้อมนำเสนอให้แก่ท่านสมาชิก..

"แล้วคุณจะไม่พลาด.. ในทุกเรื่องที่ต้องรู้!!"

โหลดเพิ่ม
โหลด เที่ยวไทย เพิ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.