ทีมชาติไทย อยู่อันดับที่ 130 ของโลก ส่วน อิรัก อันดับที่ 102 ของโลก สองทีมเคยพบกันมาทั้งหมดตามที่ฟีฟ่ารับรองทั่งหมด 16 ครั้ง ไทย ชนะ 2 อิรัก ชนะ 9 เสมอ 5 ครั้ง นัดที่พบกันครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ไทยพ่ายไป 0-4

รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้งสองทีม

ทีมชาติไทย – (4-2-3-1) : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ทริสตอง โด, พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา – วัฒนา พลายนุ่ม, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ – มงคล ทศไกร, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน – ธีรศิลป์ แดงดา

ทีมชาติอิรัก – (4-4-2) : โมฮัมเหม็ด กาซซิด – อาล่าห์ อาลี เอ็มฮาวี้, อาห์เหม็ด อับดุล-ริดฮา, อาห์มัด อิบราฮิม, ฮัมซา อั๊ดนัน – ซ๊าด อับดุล อาเมียร์, อัมย๊าด อัตวาน, บาสชาร์ ราซาน, มาห์ดิ คาเมล – อาลาห์ อับดุล ซาร่า, โมฮันหนาด อับดุล ราฮีม

ไฮไลท์การแข่งขัน

ทีมชาติไทย อยู่ชุดสีดำ เจอกับ อิรักในเสื้อสีขาวทั้งชุด นาทีที่ 2 ธีราทร บุญมาทัน หลุดไปทางด้านซ้าย แต่ยิงไม่ดี ลูกเรียดเข้ามือ โกล์อิรักสบาย

นาทีที่ 5 ไทยน่าขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะแทงทะลุช่อง ของธีรศิลป์ ให้ชนาธิปหลุดเดี่ยว แต่จังหวะดวลกับโกล์ ยิงไม่ผ่าน ทำให้อดนำอย่างน่าเสียดาย

นาที 16 อิรักก็น่าขึ้นเช่นกัน จากลูกยิงเต็มข้อด้วยซ้าย ของอาลี อัดนาน บอลพุ่งแรงเป็นจรวด ชนคานเด้งตกพื้น ก่อนที่กองหลังไทยจะรีบเคลียร์ออกไป แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

นาทีที่ 24 ไทยได้โอกาสสวยๆอีกครั้ง เมื่อชนาธิป จ่ายบอลมายังที่ว่างให้ พีระพัฒน์ เติมขึ้นมา และได้ยิงด้วยซ้าย แต่ด้วยมุมที่แคบเกินไปทำให้ไปติดนายทวาร คาซิด ของอิรักอีก

ไทยได้ฟรีคิก ระยะได้ลุ้น 20 หลา หน้ากรอบเขตโทษ ธีราทร บุญมาทัน วิ่งมาปั่น บอลแฉลบกำแพงเปลี่ยนทาง เกือบเข้าเหมือนกัน แต่หลุดกรอบออกไปนิดเดียว

แต่แล้วนาทีที่ 34 อิรักกลับขึ้นนำ ซะอย่างนั้น เมื่อได้ลุยขึ้นมาในเขตโทษ อาลี อัดนาน ยิงจังหวะแรกติดบล็อก บอลไหลมาเข้าทาง จัสติน มีรัม อัดเต็มๆ แฉลบตุงตาข่ายเข้าไปเลย อิรักนำ 1-0

ทั้งนี้ จัสติน กลายเป็นคนที่มายิง “ช้างศึก”ในสนามราชมังคลากีฬาสถานอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้ใน น.34 เช่นเดียวกันให้ทีมนำ 1-0 ก่อนที่จะจบผลเสมอ 2-2 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสอง กลุ่ม เอฟ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2015 หรือเกือบ 2 ปีที่มาทำสกอร์ในรังเหย้าของช้างศึก

เปิดครึ่งหลัง ไทยโหมบุกหนักทันที นาที 48 ธีรศิลป์ แดงดา ยิงไกลนอกเขตโทษ บอลติดบล็อก มาถึงมุ้ยอีกครั้ง คราวนี้แฉลบแนวรับออกหลังไป

นาที 52 ไทยน่าตีเสมอเหลือเกิน เมื่อมุ้ย จ่ายบอลออกข้างให้ มงคล แต่มงคลไม่ยอมยิง กลับเลือกจ่ายให้มุ้ยคืนอีกครั้ง จนโดนบล็อกออกหลัง

เข้าสู่นาทีที่ 63 แฟนช้างศึกเฮลั่น ไทยตีเสมอ 1-1 ครึ่งหลัง น. 63 เมื่อ พีระพัฒน์ ตัดบอลได้แล้วเติมขึ้นซ้ายเปิดข้ามให้ ทริสตอง โด ตัวสำรองวอลเล่ย์เน้นๆ อาห์เหม็ด อิบราฮิม ผู้เล่นอิรักพยายามสกัด กลายเป็นทำเข้าประตูตัวเองไป

น.72 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดง ทำให้ไทยเหลือ 10 คน แถมเกมไปเยือน ออสเตรเลีย วันที่ 5 กย ยังโดนแบนอีกด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี จะเข้ามาแทนที่

นาทีที่ 83 เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ไปดึงเสื้อไอเมน ฮุสเซน ในจังหวะที่กำลังจะยิงประตูในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษทันที ก่อนที่จะเป็น ซาอัด อับดุลลาเมียร์ กัปตันทีมซัดไม่พลาด เสียบมุมเข้าไป โดยสินทวีชัยพุ่งไปคนละทาง อิรักนำ 2-1

จากนั้น ราเยวัช ส่ง สุภโชค สารชาติ ลงแทน ชนาธิป ก่อนที่ทั้งสองทีมจะทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกมการแข่งขันทีมชาติไทย ปราชัยต่อ อิรัก 1-2 โดยเกมที่ 10 จะออกไปเยือน ออสเตรเลีย วันที่ 5 ก.ย.นี้

สำหรับความพ่ายแพ้ของ ทีมชาติไทย ให้กับ อิรัก ครั้งนี้ หลังจากที่ผ่านมา ชนะ 2 เสมอ 4 ใน 6 เกม ประกอบด้วย วันที่ 30 มิ.ย.1972 ไทย เสมอ อิรัก 1-1 (ห) เอเขียน คัพ (รอบแบ่งกลุ่ม), วันที่ 22 ก.ย.2001 ไทย เสมอ อิรัก 1-1 (ห) ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

 

ติดตาม ข่าวเด็ด

อย่าลืม!! กดปุ่ม "ถูกใจ" ข่าวเด็ด เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ ที่พร้อมนำเสนอให้แก่ท่านสมาชิก..

"แล้วคุณจะไม่พลาด.. ในทุกเรื่องที่ต้องรู้!!"

เรื่องน่าสนใจ

loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.